หน้าแรก › เรื่องเล่า › แอตแลนติส
Atlantis · Plato, Timaeus & Critias

แอตแลนติส
เกาะที่จมหายในวันและคืนเดียว

ตำนานจากเพลโต เรื่องนครวงแหวนของโพไซดอน กษัตริย์สิบองค์ และคืนแห่งการพิพากษา

ตำนานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 6 นาทีฉบับเต็ม 21 นาที
ภาพวาดเมืองแอตแลนติสที่มีวงแหวนคลองซ้อนกัน กำลังจมใต้คลื่นยักษ์
ภาพจินตนาการ วาดตามคำบรรยายของเพลโต ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: เรื่องนี้เล่าตามต้นฉบับของเพลโต ที่เขียนไว้ราว 360 ปีก่อน ค.ศ. ในหนังสือ ทิเมอัส และ คริเทียส ทั้งสองเล่มเป็นที่เดียวในโลกโบราณที่พูดถึงแอตแลนติส จนถึงวันนี้ยังไม่เคยพบหลักฐานว่าเกาะนี้มีอยู่จริง

Iเรื่องที่ส่งต่อกันมาสี่ทอด

วันหนึ่งในเอเธนส์ โสเครตีสขอให้เพื่อน ๆ เล่าเรื่องที่ทำให้เขาเห็น "รัฐในอุดมคติ" ออกไปทำสงครามจริง คริเทียสจึงเล่าเรื่องที่เขาบอกว่า "แม้จะแปลกประหลาดนัก แต่เป็นความจริงทุกประการ" (ทิเมอัส 20d)

คริเทียสได้ยินเรื่องนี้ตอนอายุราวสิบขวบ จากปู่ที่อายุเกือบเก้าสิบ ปู่ได้ฟังจากทวด ทวดได้ฟังจากโซลอน ผู้ร่างกฎหมายคนสำคัญของเอเธนส์ และโซลอนได้ฟังจากนักบวชที่เมืองไซส์ในอียิปต์ (20e–21a)

II"พวกกรีกเป็นเด็กอยู่ร่ำไป"

ที่ไซส์ โซลอนเล่าตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกให้นักบวชฟัง นักบวชชราคนหนึ่งตอบว่า

"โซลอนเอ๋ย โซลอน พวกกรีกอย่างท่านเป็นเด็กอยู่ร่ำไป ไม่มีชาวกรีกคนไหนแก่เลยสักคน"

ทิเมอัส 22b

นักบวชอธิบายว่าโลกเคยถูกทำลายด้วยไฟและน้ำท่วมใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งที่ภัยมา ชาวกรีกที่รอดชีวิตเป็นคนไม่รู้หนังสือ จึงต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ส่วนอียิปต์รอดทุกครั้งเพราะแม่น้ำไนล์ และจดทุกเหตุการณ์ไว้ในวิหาร (22c–23b)

บันทึกในวิหารบอกว่า เมื่อ 9,000 ปีก่อนยุคของโซลอน เอเธนส์เคยเป็นเมืองที่กล้าหาญและมีระเบียบที่สุดในโลก และเคยทำวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือหยุดกองทัพที่บุกมาจากกลางมหาสมุทร (23c–24e)

IIIเกาะของโพไซดอน

หน้าช่องแคบที่ชาวกรีกเรียกว่า "เสาของเฮราคลีส" (ช่องแคบยิบรอลตาร์ในปัจจุบัน) มีเกาะหนึ่ง ใหญ่กว่าแอฟริกาเหนือกับเอเชียที่ชาวกรีกรู้จักรวมกัน ชื่อว่าแอตแลนติส (24e)

เมื่อเทพจับสลากแบ่งโลก เทพโพไซดอนได้เกาะนี้ไป ที่นั่นเขาหลงรักหญิงสาวชาวเกาะชื่อไคลโต แล้วขุดวงแหวนน้ำ 3 ชั้นสลับวงแหวนแผ่นดิน 2 ชั้นล้อมเนินที่นางอยู่ ให้ไม่มีใครเข้าถึงได้ และเสกน้ำพุร้อนกับน้ำพุเย็นขึ้นกลางเกาะ (คริเทียส 113c–e)

ทั้งสองมีโอรสเป็นแฝด 5 คู่ รวม 10 องค์ โพไซดอนแบ่งเกาะเป็น 10 แคว้น ให้โอรสองค์โตชื่อ แอตลาส เป็นกษัตริย์ใหญ่ เกาะนี้และมหาสมุทรแอตแลนติกจึงได้ชื่อตามเขา (114a)

IVนครที่ระยิบระยับดั่งเปลวไฟ

ลูกหลานของแอตลาสร่ำรวยจนไม่เคยมีราชวงศ์ใดเทียบได้ เกาะมีเหมืองแร่ ป่าไม้ ผลไม้ เครื่องหอม และช้างจำนวนมาก มีโลหะหายากชื่อ "โอริคัลคัม" ซึ่งมีค่ารองจากทองคำ (114d–115b)

พวกเขาสร้างเมืองหลวงบนวงแหวนของโพไซดอน ขุดคลองยาวราว 9 กิโลเมตรจากทะเลเข้าสู่ใจกลางเมือง เจาะอุโมงค์ให้เรือรบลอดวงแหวนแผ่นดินได้ สร้างด้วยหินสีขาว ดำ และแดง กำแพงชั้นนอกบุทองเหลือง ชั้นในบุดีบุก ส่วนกำแพงรอบพระราชวังบุโอริคัลคัม "ซึ่งระยิบระยับดั่งเปลวไฟ" (115c–116c)

วิหารของโพไซดอนภายนอกบุเงิน ยอดบุทอง ภายในมีรูปปั้นทองคำของโพไซดอนบนรถม้าเทียมม้ามีปีก 6 ตัว สูงจนศีรษะแตะหลังคา ท่าเรือแน่นไปด้วยเรือสินค้าจากทุกทิศ เสียงดังจอแจทั้งกลางวันและกลางคืน รอบเมืองเป็นที่ราบกว้างราว 550 × 370 กิโลเมตร มีคลองชลประทานตัดเป็นตาราง เก็บเกี่ยวได้ปีละ 2 ครั้ง กองทัพของเมืองหลวงเมืองเดียวมีรถศึก 10,000 คันและเรือรบ 1,200 ลำ (116d–119b)

Vคืนแห่งการพิพากษา

กษัตริย์ทั้ง 10 จารึกกฎของโพไซดอนไว้บนเสาโอริคัลคัมกลางวิหาร ทุก 5 ปีและ 6 ปีสลับกัน พวกเขามาประชุมกันที่นี่ ไล่จับวัวในเขตวิหารด้วยไม้และบ่วงโดยห้ามใช้อาวุธเหล็ก เชือดวัวบนยอดเสาให้เลือดรดตัวจารึก แล้วดื่มสาบานว่าจะพิพากษาตามกฎ (119c–120b)

เมื่อค่ำลง กษัตริย์ทุกองค์สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม นั่งข้างเถ้าเครื่องบูชา ดับไฟทุกดวง แล้วพิพากษากันในความมืดตลอดคืน รุ่งเช้าจึงจารึกคำตัดสินลงบนแผ่นทองคำ กฎสำคัญที่สุดคือห้ามยกอาวุธใส่กันเอง (120b–d)

VIเมื่อเลือดเทพเจือจาง

หลายชั่วคน กษัตริย์แอตแลนติสเคารพกฎและ "แบกทรัพย์สมบัติอันมหาศาลไว้ได้อย่างเบาสบาย" แต่เมื่อความเป็นเทพในตัวพวกเขาเจือจางลง ความโลภแบบมนุษย์ก็ขึ้นมาครอบงำ (120e–121b)

"ในสายตาของคนที่มองไม่ออกว่าชีวิตที่สุขจริงเป็นอย่างไร ช่วงเวลานั้นเองที่พวกเขาดูงดงามและรุ่งโรจน์ที่สุด ทั้งที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานไร้ขอบเขตและความกระหายอำนาจ"

คริเทียส 121b

เทพซุสเห็นความเสื่อมนั้น จึงเรียกเทพทั้งหลายมาประชุม แล้วตรัสว่า... ต้นฉบับ คริเทียส จบลงตรงนั้น กลางประโยค เพลโตไม่เคยเขียนต่อ (121c)

VIIวันและคืนเดียว

ตอนจบอยู่ในอีกเล่มหนึ่ง นักบวชแห่งไซส์เล่าว่ากองทัพแอตแลนติสบุกหวังยึดกรีซและอียิปต์ในครั้งเดียว เอเธนส์นำชาวกรีกต้านไว้ และเมื่อพันธมิตรทิ้งไปหมดก็สู้ต่อลำพังจนชนะ (ทิเมอัส 25b–c)

"แต่ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ ในวันและคืนอันเลวร้ายเพียงหนึ่งเดียว นักรบทั้งหมดของท่านถูกแผ่นดินกลืนหายไป และเกาะแอตแลนติสก็ถูกทะเลกลืนหายไปเช่นกัน"

ทิเมอัส 25c–d

VIIIจริงหรือไม่

นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าเพลโตแต่งเรื่องนี้ขึ้น เพื่อให้รัฐในอุดมคติที่โสเครตีสวาดไว้ได้ "ออกไปต่อสู้" ตามคำขอตอนต้นเรื่อง ความเชื่อว่าแอตแลนติสมีอยู่จริงแพร่ไปทั่วหลังหนังสือของอิกเนเชียส ดอนเนลลี ปี ค.ศ. 1882 ทฤษฎีที่พูดถึงมากที่สุดคือภูเขาไฟเกาะเธรา (ซานโตรินี) ที่ระเบิดราว 1,600 ปีก่อน ค.ศ. ยังถกเถียง แต่ทั้งเวลา ขนาด และที่ตั้งไม่ตรงกับที่เพลโตเล่า

อยากอ่านละเอียดกว่านี้? ฉบับเต็มเล่าครบทุกรายละเอียดในต้นฉบับ 13 บท ทั้งเอเธนส์ที่ถูกลืม ขนาดของวงแหวนทุกชั้น กองทัพ และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเพลโต · อ่านฉบับเต็ม (ราว 21 นาที)

ต้นฉบับอ่านเองได้