Iกว่าจะถึงพระนคร
เมื่อโจวต้ากวานเดินทางออกจากจีนใน ค.ศ. 1296 ปลายทางของคณะทูตอยู่ลึกเข้าไปจากทะเล เรือผ่านชายฝั่งลงใต้ แต่ลมไม่เป็นใจ การเดินทางจึงยืดเยื้อ กว่าจะถึงดินแดนที่เขาจะพักอยู่ก็ล่วงเข้าช่วงหลังของปีแล้ว เขาอยู่ที่เมืองพระนครจนถึง ค.ศ. 1297 ก่อนลงเรือกลับจีน สิ่งที่ติดตัวกลับมามีเรื่องตั้งแต่กำแพงเมืองและพระราชวัง ไปจนถึงคนขายของกับหม้อหุงข้าวในบ้าน (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, บทนำ)
เส้นทางที่เขาบรรยายต้องผ่านปากน้ำซึ่งหาได้ยาก มองไปเห็นต้นไม้ เถาวัลย์ หาดทราย และกออ้อคล้ายกันไปหมด บางช่องน้ำตื้นจนเรือใหญ่เข้าไม่ได้ เมื่อเดินทางลึกเข้ามาก็ต้องเปลี่ยนเป็นเรือเล็ก แล้วข้ามผืนน้ำกว้างก่อนถึงจุดที่ขึ้นฝั่งไปยังตัวเมือง พระนครจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นหลังการเดินทางทั้งทางทะเลและทางน้ำภายในแผ่นดิน (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, บทนำ)
IIข้ามคูเมืองเข้าไป
เมืองที่โจวต้ากวานบรรยายมีประตูห้าแห่ง ด้านตะวันออกมีสองแห่ง ส่วนอีกสามด้านมีด้านละแห่ง นอกกำแพงเป็นคูน้ำใหญ่ มีสะพานทอดข้ามเข้าหาประตู ข้างสะพานเรียงด้วยรูปสลักหินขนาดใหญ่ที่ใช้มือจับลำตัวนาค เหนือประตูมีใบหน้าหินหันออกไปหลายทิศ เขาจดด้วยว่าประตูปิดตอนกลางคืนและเปิดตอนเช้า โดยมีคนคอยเฝ้า (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนกำแพงเมือง)
เมื่อมองเข้าไปในเมือง เขาเล่าถึงหอที่เห็นเป็นสีทอง อาคารหิน และพระราชวังทางด้านเหนือ ภายในเขตวังมีเสาขนาดใหญ่แกะสลักและตกแต่ง ทางเดินกับระเบียงเชื่อมอาคารหลายส่วน แต่เขาไม่ได้เข้าไปดูทุกแห่ง โจวต้ากวานบอกตรง ๆ ว่าได้ยินว่าด้านในยังมีสิ่งน่าดูอีกมาก ทว่ามีการห้ามเข้าอย่างเข้มงวด จึงไม่อาจเห็นด้วยตาตัวเอง (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนกำแพงเมือง; ตอนพระราชวังและเรือนพัก)
พอออกจากเขตวัง บ้านเรือนก็เปลี่ยนไป เขาแยกเรือนของพระญาติและขุนนางออกจากบ้านของคนทั่วไป ทั้งขนาดและวัสดุมุงหลังคาต่างกัน บ้านชาวบ้านที่เขาอธิบายมุงด้วยหญ้าหรือจาก ส่วนการใช้กระเบื้องมีข้อจำกัดตามฐานะ ในบันทึกของเขา เมืองจึงไม่ได้มีแต่ปราสาทหิน แต่มีเรือนพักอีกหลายแบบอยู่ร่วมกัน (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนพระราชวังและเรือนพัก)
IIIตลาดที่ผู้หญิงขายของ
ตลาดเริ่มตั้งแต่เช้าและเลิกราวเที่ยง โจวต้ากวานไม่บรรยายแถวร้านถาวรในตลาดแห่งนี้ คนขายปูเสื่อหรือวัสดุคล้ายกันลงบนพื้นแล้ววางสินค้า แต่ละคนมีที่ประจำ เขายังได้ยินว่าต้องจ่ายค่าเช่าที่ให้ทางการด้วย รายละเอียดเรื่องค่าเช่านั้นเป็นสิ่งที่เขาฟังมา ต่างจากภาพคนขายที่นั่งอยู่ตามตำแหน่งของตน (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการค้า)
ผู้หญิงเป็นคนที่เขาเน้นถึงเมื่อเล่าเรื่องซื้อขาย เขาบอกว่าผู้หญิงในท้องถิ่นชำนาญการค้า และอธิบายว่าชายจีนที่มาตั้งหลักอยู่ที่นี่มีภรรยาท้องถิ่น ส่วนหนึ่งก็เพราะภรรยาช่วยจัดการซื้อขายได้ ข้อความสั้น ๆ นี้พาออกจากเรื่องคณะทูตไปสู่ชีวิตของชาวจีนที่อยู่ในเมืองนานกว่าเขา มีครอบครัว และซื้อขายกับคนในพื้นที่ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการค้า)
การจ่ายค่าสินค้ามีหลายแบบ ของมูลค่าเล็กน้อยใช้ข้าวหรือสินค้าจีนแลกกัน ขยับขึ้นมาใช้ผ้า ส่วนรายการใหญ่จึงใช้ทองและเงิน รายการของจากจีนที่เขาจดมีทั้งผ้า เครื่องเคลือบ ร่ม หม้อเหล็ก ถาดทองแดง หวีไม้ และเข็ม ของที่ผ่านเส้นทางเรือเข้ามาจึงมีทั้งเครื่องประดับฐานะและของใช้ชิ้นเล็กที่หยิบจับกันในบ้าน (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการค้า; ตอนสินค้าจีนที่ต้องการ)
IVในบ้านและริมสระ
ในครัวที่โจวต้ากวานเล่า หม้อดินวางอยู่เหนือก้อนหินสามก้อนซึ่งใช้เป็นเตา กะลามะพร้าวทำเป็นกระบวย ข้าวใส่จาน ส่วนอาหารมีน้ำก็ใช้ภาชนะจากใบไม้ที่ทำให้รองรับน้ำได้ คนกินข้าวด้วยมือและมีน้ำวางไว้ใกล้ตัวเพื่อล้างข้าวที่ติดมือ เขาจดแยกไว้อีกว่าบ้านที่มั่งคั่งใช้ภาชนะเงิน และบางแห่งมีภาชนะทอง (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนเครื่องใช้)
อากาศร้อนเป็นเรื่องที่เขาพูดถึงเมื่อเล่าการอาบน้ำ เขาบอกว่าผู้คนลงอาบน้ำหลายครั้งในหนึ่งวัน บางครั้งกลางคืนก็ยังอาบ บ้านหนึ่งอาจมีสระของตนเอง หรือสองสามบ้านใช้สระร่วมกัน การลงน้ำมีธรรมเนียมระหว่างคนต่างวัย ถ้าพ่อแม่หรือผู้ใหญ่กำลังอาบอยู่ ลูกหลานจะไม่ลงไปพร้อมกัน และถ้าคนอายุน้อยอยู่ในน้ำก่อน ผู้ใหญ่ก็หลีกให้ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการอาบน้ำ)
นอกจากสระใกล้บ้าน เขายังบรรยายผู้หญิงในเมืองที่ออกไปอาบน้ำในแม่น้ำนอกเมืองเป็นกลุ่มเล็ก ๆ มีทั้งคนทั่วไปและผู้หญิงจากบ้านขุนนาง น้ำในความรู้สึกของโจวต้ากวานอุ่นอยู่แทบตลอดวัน เย็นลงบ้างตอนใกล้รุ่ง แล้วกลับอุ่นเมื่อแดดออก เรื่องน้ำจึงปรากฏในบันทึกทั้งตอนเดินทาง ตอนทำครัว และตอนที่คนในเมืองออกจากบ้านไปอาบน้ำ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการอาบน้ำ)
Vเมื่อกษัตริย์เสด็จผ่าน
ระหว่างพำนัก โจวต้ากวานบอกว่าเห็นกษัตริย์เสด็จออกสี่หรือห้าครั้ง ด้านหน้าขบวนมีทหาร ตามด้วยธงและดนตรี หญิงในวังถือเทียนเล่มใหญ่ที่จุดแม้เป็นเวลากลางวัน อีกกลุ่มถือเครื่องใช้ทองและเงิน บางกลุ่มถือหอกกับโล่ เขาจดลำดับของผู้คนและสิ่งที่ถือมา แต่ก็ยอมรับว่าของบางอย่างเขาไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการเสด็จของกษัตริย์)
ขุนนางและพระญาติขี่ช้างอยู่ข้างหน้า มีร่มสีแดงอยู่ตามขบวน จากนั้นจึงเป็นฝ่ายในที่เดินทางด้วยคานหาม รถ ม้า หรือช้าง ส่วนกษัตริย์ในภาพที่เขาบรรยายประทับยืนบนช้าง ทรงถือพระแสงดาบทอง งาช้างหุ้มทอง และมีร่มสีขาวตกแต่งด้วยทองกางอยู่โดยรอบ ผู้คนที่ดูขบวนต้องคุกเข่าแสดงความเคารพ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการเสด็จของกษัตริย์)
การเข้าเฝ้าในวังมีลำดับอีกแบบหนึ่ง คนที่มารอเข้าเฝ้านั่งบนพื้น เมื่อเสียงดนตรีดังมาจากด้านในก็มีเสียงสังข์รับ หญิงในวังสองคนม้วนม่านขึ้น เผยให้เห็นกษัตริย์ที่ช่องพระแกล ผู้เข้าเฝ้าประนมมือและก้มศีรษะ รอจนเสียงสังข์หยุดจึงเงยหน้าขึ้นได้ เมื่อเสร็จการเข้าเฝ้า ม่านก็ถูกปล่อยลง และคนที่รออยู่จึงลุกจากที่ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, ตอนการเสด็จของกษัตริย์)
VIจริงแค่ไหน
โจวต้ากวานกลับจีนใน ค.ศ. 1297 และเขียนเรื่องที่พบเป็นบันทึกชื่อ 真臘風土記 เนื้อหาที่สืบทอดมาจัดแยกเป็นหัวข้อ ไม่ได้เล่าเรียงทุกวันตลอดการพำนัก เขาเองกล่าวไว้ในบทนำว่ารู้รายละเอียดของบ้านเมืองไม่ทั้งหมด และตามเนื้อเรื่องก็มีทั้งคำบอกว่าเห็นเอง ได้ยินมา หรือไม่รู้แน่ชัด เช่น เขตพระราชวังชั้นในที่เขาเข้าไปดูไม่ได้ (โจวต้ากวาน, 真臘風土記, บทนำ; ตอนพระราชวังและเรือนพัก)
ใน ค.ศ. 1902 ปอล เปลลิโอต์ ตีพิมพ์คำแปลภาษาฝรั่งเศสพร้อมคำอธิบายในวารสารของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ บันทึกจากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 จึงมีชีวิตต่อในหนังสืออีกภาษา ภายในเล่มเดียวกันนั้น ขบวนช้างของกษัตริย์ยังอยู่ข้างเรื่องเสื่อปูขายของ หม้อดิน และสระที่เพื่อนบ้านใช้ร่วมกัน
ต้นฉบับอ่านเองได้
- โจวต้ากวาน, 真臘風土記 (บันทึกขนบธรรมเนียมกัมพูชา), บทนำ และตอนกำแพงเมือง พระราชวังและเรือนพัก เครื่องแต่งกาย การค้า สินค้าจีนที่ต้องการ เครื่องใช้ การอาบน้ำ และการเสด็จของกษัตริย์ ชื่อตอนภาษาไทยในเรื่องนี้แปลจากหัวข้อภาษาจีน
- Paul Pelliot, « Mémoires sur les coutumes du Cambodge », Bulletin de l'École française d'Extrême-Orient, เล่ม 2, ค.ศ. 1902, หน้า 123–177 (คำแปลภาษาฝรั่งเศสและคำอธิบาย)