Iทางแคบระหว่างภูเขากับทะเล
กองทัพของเซอร์ซีส กษัตริย์เปอร์เซีย เคลื่อนลงมาถึงเทอร์โมพิลีในปี 480 ก่อน ค.ศ. ข้างหนึ่งของทางเป็นภูเขาสูง อีกข้างเป็นทะเลกับพื้นที่ชุ่มน้ำ บางช่วงแคบจนเฮโรโดตัสบอกว่ากว้างพอให้เกวียนผ่านได้เพียงคันเดียว ตรงนั้นมีน้ำพุร้อนและกำแพงเก่าที่ชาวกรีกซ่อมขึ้นมาเพื่อขวางกองทัพที่กำลังเข้ามา (เฮโรโดตัส 7.176, 7.201)
ชาวกรีกที่ร่วมต้านเปอร์เซียเลือกตั้งรับที่นี่ เพราะพื้นที่บีบให้ทหารจำนวนมากเข้าประชิดได้ทีละน้อย และทำให้ทหารม้าใช้กำลังได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกัน กองเรือพันธมิตรไปประจำที่อาร์เทมิซิอุม คอยสกัดกองเรือเปอร์เซีย ทั้งสองแนวรบอยู่ใกล้พอจะส่งข่าวถึงกันได้ ทางบกกับทางทะเลจึงต้องรับศึกพร้อมกัน (เฮโรโดตัส 7.175–177)
IIคนที่ยืนอยู่ข้างสามร้อย
เลโอนิดัส กษัตริย์สปาร์ตา เป็นผู้นำกองทัพที่ช่องเขา เขามาพร้อมทหารสปาร์ตา 300 คน ซึ่งเฮโรโดตัสระบุว่าคัดจากชายที่มีลูกชายแล้ว แต่รอบตัวคนเหล่านี้ยังมีทหารจากเมืองอื่นอีกหลายพันคน แต่ละเมืองมีแม่ทัพของตัวเอง และส่งกำลังมาร่วมรักษาทางผ่านนี้ (เฮโรโดตัส 7.202–205)
ในรายชื่อของเฮโรโดตัสมีชาวเธสเปีย 700 คน ชาวธีบส์ 400 คน และชาวโฟซิส 1,000 คน รวมทั้งทหารจากเมืองอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม จำนวนสามร้อยจึงเป็นเพียงกำลังจากสปาร์ตา ไม่ใช่จำนวนชาวกรีกทั้งหมดที่เซอร์ซีสพบอยู่ตรงหน้า (เฮโรโดตัส 7.202–203)
กองทัพนี้ถูกส่งมาล่วงหน้า เฮโรโดตัสเล่าว่าสปาร์ตาตั้งใจจะส่งกำลังใหญ่มาสมทบหลังเทศกาลทางศาสนา ส่วนพันธมิตรอื่นก็ติดช่วงเทศกาลโอลิมปิก พวกเขายังไม่คิดว่าศึกที่เทอร์โมพิลีจะตัดสินกันเร็วถึงเพียงนั้น เมื่อเปอร์เซียเข้ามาใกล้ บางฝ่ายเสนอให้ถอย แต่เลโอนิดัสเลือกอยู่ต่อและส่งคนไปขอกำลังเพิ่ม (เฮโรโดตัส 7.206–207)
IIIสองวันที่ยังผ่านไม่ได้
ก่อนเริ่มรบ เซอร์ซีสส่งทหารม้าคนหนึ่งมาดูค่าย ตามเรื่องที่เฮโรโดตัสเล่า เขามองเห็นทหารสปาร์ตาบางคนออกกำลัง บางคนหวีผมอยู่หน้ากำแพง แต่ไม่เห็นกองทัพทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ด้านใน เขาสำรวจแล้วขี่ม้ากลับไปโดยไม่มีใครไล่ตาม เซอร์ซีสรออยู่สี่วัน ก่อนจะสั่งเข้าตีในวันที่ห้า (เฮโรโดตัส 7.208–210)
การโจมตีครั้งแรกไม่เปิดทางให้เปอร์เซีย หน่วยที่เข้ารบถูกผลัดออกแล้วแทนด้วยหน่วยใหม่ แม้แต่ทหารที่เซอร์ซีสเรียกว่าหน่วยอมตะก็ยังเจาะแนวไม่ได้ เฮโรโดตัสอธิบายว่าหอกของพวกเขาสั้นกว่าหอกกรีก และช่องทางแคบทำให้จำนวนคนที่มากกว่าไม่ช่วยเท่าที่ควร (เฮโรโดตัส 7.210–211)
พอถึงวันรุ่งขึ้น เปอร์เซียเข้าตีอีกครั้งโดยหวังว่าฝ่ายตรงข้ามจะบาดเจ็บจนต้านไม่ไหว แต่ทหารกรีกแบ่งตามหน่วยและเมืองของตน ผลัดกันออกสู้ แนวยังอยู่เหมือนวันก่อน มีเพียงชาวโฟซิสที่ไม่ได้ผลัดลงมารบตรงนี้ เพราะพวกเขารับหน้าที่อีกแห่งหนึ่งบนภูเขา (เฮโรโดตัส 7.212)
IVเสียงฝีเท้าเหนือช่องเขา
บนเขามีทางเดินที่อ้อมไปถึงด้านหลังกองทัพกรีกได้ เลโอนิดัสรู้ว่ามีทางนี้และให้ชาวโฟซิสเฝ้าไว้ จากนั้นชายท้องถิ่นชื่อเอฟิอัลทีสเข้าไปพบเซอร์ซีส เฮโรโดตัสระบุว่าเขาหวังรางวัล จึงบอกเส้นทางและนำทหารเปอร์เซียขึ้นเขา กองกำลังออกจากค่ายในเวลาเริ่มจุดตะเกียง แล้วเดินต่อไปตลอดคืน (เฮโรโดตัส 7.213–217)
ตอนฟ้าสาง พวกเขามาถึงบริเวณที่ชาวโฟซิสประจำอยู่ เฮโรโดตัสเล่าว่าภูเขาช่วงนั้นมีป่าโอ๊กปกคลุม ทหารยามไม่รู้ว่าศัตรูกำลังเข้ามาจนได้ยินเสียงเหยียบใบไม้ที่หล่นอยู่บนพื้น เมื่อชาวโฟซิสลุกขึ้นสวมอาวุธ กองทหารเปอร์เซียก็มาถึงใกล้แล้ว (เฮโรโดตัส 7.217–218)
ลูกธนูที่ยิงเข้ามาทำให้ชาวโฟซิสถอยขึ้นไปบนที่สูงกว่า พวกเขาคิดว่าตนเป็นเป้าหมายของการโจมตีและเตรียมรับศึกอยู่ตรงนั้น แต่กองทหารที่เอฟิอัลทีสนำมาไม่ได้ตามขึ้นไป พวกเขาผ่านเลยแล้วรีบลงเขา มุ่งสู่ด้านหลังของเลโอนิดัส ทางที่คนพันคนเฝ้าอยู่จึงเปิดให้ทัพเปอร์เซียผ่าน (เฮโรโดตัส 7.218)
Vคนที่ออกไป คนที่อยู่ต่อ
ข่าวมาถึงค่ายกรีกก่อนกองทหารที่อ้อมเขาจะลงมาถึง ผู้หนีจากฝ่ายเปอร์เซียนำข่าวมาในตอนกลางคืน และเมื่อฟ้าสาง คนเฝ้าระวังบนที่สูงก็วิ่งลงมายืนยัน แม่ทัพประชุมกัน บางคนต้องการรักษาที่มั่น บางคนเห็นว่าต้องออกไปแล้ว หลังการหารือ กำลังส่วนใหญ่จึงถอนตัว (เฮโรโดตัส 7.219)
เฮโรโดตัสเก็บคำบอกเล่าไว้มากกว่าหนึ่งแบบ แบบหนึ่งคือพันธมิตรแยกย้ายเพราะเห็นไม่ตรงกัน อีกแบบคือเลโอนิดัสสั่งให้พวกเขาไปเพื่อรักษาชีวิตไว้ ตัวเฮโรโดตัสเองให้น้ำหนักกับคำอธิบายหลัง แต่เราไม่มีคำบันทึกจากเลโอนิดัสที่จะบอกได้แน่นอนว่าเขาคิดอะไรในเช้าวันนั้น (เฮโรโดตัส 7.219–220)
ชาวเธสเปียยังอยู่กับสปาร์ตา เฮโรโดตัสบอกว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะจากไปและร่วมรบจนตาย ส่วนชาวธีบส์ก็อยู่ต่อด้วย แต่เขาอ้างว่าเลโอนิดัสกักไว้เป็นตัวประกัน เรื่องแรงจูงใจของชาวธีบส์เป็นคำอธิบายจากผู้เล่า ไม่ใช่คำยืนยันจากทหารเหล่านั้นเอง (เฮโรโดตัส 7.222)
VIการรบวันสุดท้าย
เมื่อเปอร์เซียเข้าตีอีกครั้ง กองทหารที่เหลือกับเลโอนิดัสออกจากแนวแคบไปสู้ในบริเวณที่กว้างกว่าเดิม เฮโรโดตัสเล่าว่าหอกของชาวกรีกส่วนใหญ่หักระหว่างการต่อสู้ พวกเขาจึงใช้ดาบ เลโอนิดัสเสียชีวิตในช่วงนี้ และทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันรอบร่างของเขา ก่อนชาวกรีกจะดึงร่างกลับมาได้ (เฮโรโดตัส 7.223–225)
แต่ทหารที่อ้อมภูเขาลงมาถึงแล้ว ชาวกรีกถอยกลับผ่านกำแพงไปตั้งรับบนเนินเล็ก ๆ ยกเว้นชาวธีบส์ซึ่งแยกออกไป เฮโรโดตัสเล่าว่าชาวธีบส์ยอมจำนน บางคนถูกฆ่าระหว่างเข้าหาเปอร์เซีย ส่วนผู้ที่ยังต้านอยู่บนเนินถูกโจมตีด้วยอาวุธยิงและขว้างจากทหารที่ล้อมเข้ามา การรบที่ช่องเขาจบลงในวันที่สาม (เฮโรโดตัส 7.225, 7.233)
ทัพเปอร์เซียเดินต่อไปทางใต้ ชาวเอเธนส์อพยพครอบครัวออกจากเมือง กองทัพของเซอร์ซีสเข้ายึดเอเธนส์และเผาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเนินอะโครโพลิส ต่อมาในปีเดียวกัน กองเรือกรีกเป็นฝ่ายชนะที่ซาลามิส เรือเปอร์เซียจำนวนมากถูกทำลาย และเรือที่เหลือถอยกลับไปยังฝั่งแผ่นดินใหญ่ (เฮโรโดตัส 8.40–41, 8.53, 8.86–96)
VIIจริงแค่ไหน
เทอร์โมพิลีเป็นการรบที่เกิดขึ้นจริง แต่รายละเอียดที่เล่าต่อกันมาส่วนใหญ่อาศัยเฮโรโดตัส เขาเขียนภายหลังเหตุการณ์หลายสิบปี และบางครั้งก็บอกตรง ๆ ว่าได้ยินเรื่องเดียวกันมาหลายแบบ ทั้งเรื่องคนบอกทางให้เปอร์เซียและเหตุที่พันธมิตรถอนตัว ข้อความเหล่านี้จึงไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากันทุกประโยค (เฮโรโดตัส 7.213–214, 7.219–220)
แม้แต่ทหารสปาร์ตาสามร้อยคนก็ไม่ได้ตายพร้อมกันทั้งหมดในช่องเขา เฮโรโดตัสเล่าถึงผู้ที่รอดกลับไปเพราะเจ็บป่วยหรือถูกส่งไปทำหน้าที่อื่น ส่วนรายชื่อกำลังในตอนต้นเรื่องยังเก็บชื่อชาวเธสเปีย ชาวธีบส์ ชาวโฟซิส และเมืองอื่น ๆ ที่ส่งคนมายืนอยู่กับเลโอนิดัสในวันแรกไว้ด้วย (เฮโรโดตัส 7.202–203, 7.229–232)
ต้นฉบับอ่านเองได้
- เฮโรโดตัส, ประวัติศาสตร์ เล่ม 7 ตอน 175–177, 201–233: ภูมิประเทศ กำลังพันธมิตร และการรบที่เทอร์โมพิลี (คำแปลอังกฤษ A. D. Godley, 1922)
- เฮโรโดตัส, ประวัติศาสตร์ เล่ม 8 ตอน 40–41, 53, 86–96: การอพยพจากเอเธนส์และการรบที่ซาลามิส (คำแปลอังกฤษ A. D. Godley, 1925)