Terracotta Army · 3rd century BC

กองทัพทหารดินเผา

จากบ่อน้ำของชาวนาใกล้ซีอาน สู่กองทัพใต้ดินและห้องฝังพระศพที่ยังไม่ได้เปิด

มีหลักฐานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 7 นาที
ภาพจินตนาการประกอบเรื่อง กองทัพทหารดินเผา
ภาพจินตนาการประกอบ ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: กองทัพดินเผามีหลักฐานจากการขุดค้นจริง ส่วนเรื่องภายในห้องฝังพระศพมาจาก สื่อจี้ ของซือหม่าเชียน ซึ่งเขียนภายหลังจิ๋นซีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ราวหนึ่งศตวรรษ และยังตรวจสอบกับห้องฝังพระศพโดยตรงไม่ได้

Iใต้จุดที่กำลังขุดบ่อน้ำ

เดือนมีนาคม ค.ศ. 1974 ชาวนากลุ่มหนึ่งกำลังขุดบ่อน้ำใกล้เมืองซีอาน เมื่อพบเศษดินเผาอยู่ในดิน เศษเหล่านั้นเป็นชิ้นส่วนของรูปคนขนาดใกล้เคียงคนจริง ต่อมานักโบราณคดีเข้ามาสำรวจและขุดค้น พื้นที่รอบบ่อน้ำจึงค่อย ๆ เผยให้เห็นทหารดินเผาที่ฝังอยู่ใต้พื้นนา

บริเวณนี้อยู่ทางตะวันออกของเนินสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ราวหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง นักโบราณคดีพบว่ารูปทหารเรียงเป็นแนวอยู่ในหลุมขนาดใหญ่ มีรูปม้าและอาวุธสำริดรวมอยู่ด้วย เมื่อขยายพื้นที่ขุดออกไป แนวทหารก็ทอดต่อกันไปอีก หลุมที่พบจากการขุดบ่อน้ำได้รับชื่อว่าหลุมหมายเลข 1

IIสุสานของจักรพรรดิองค์แรก

เจ้าของสุสานคือกษัตริย์แห่งรัฐฉิน ผู้พิชิตรัฐคู่แข่งและรวมแผ่นดินในปี 221 ก่อน ค.ศ. จากนั้นทรงใช้พระนามจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ฉิน เมื่อสิ้นพระชนม์ในปี 210 ก่อน ค.ศ. พระศพถูกนำกลับมาฝังในสุสานที่เตรียมไว้ (ซือหม่าเชียน, สื่อจี้ บทที่ 6)

ซือหม่าเชียนเล่าว่างานสร้างสุสานเริ่มตั้งแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ฉิน และขยายงานหลังรวมแผ่นดินได้ เขาบรรยายว่ามีสิ่งของล้ำค่าและสิ่งจำลองจากราชสำนักอยู่ภายใน บันทึกนี้เขียนในสมัยราชวงศ์ฮั่นหลังเหตุการณ์ผ่านไปนานแล้ว รายละเอียดห้องใต้ดินจึงเป็นคำบอกเล่าที่สืบมา ไม่ใช่รายงานจากผู้เขียนซึ่งเข้าไปเห็นด้วยตนเอง (ซือหม่าเชียน, สื่อจี้ บทที่ 6)

ส่วนกองทัพที่นักโบราณคดีพบอยู่แยกออกมาจากเนินฝังพระศพ หลุมทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเขตสุสานขนาดใหญ่ การพบรูปคนติดอาวุธจัดแถวเป็นกองทัพทำให้นักโบราณคดีตีความว่าทหารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้และคุ้มครองจักรพรรดิในโลกหลังความตาย

IIIกองทัพในสามหลุม

หลุมหมายเลข 1 เป็นหลุมใหญ่ที่สุด ยาวประมาณ 230 เมตร กว้างประมาณ 62 เมตร นักโบราณคดีใช้ความหนาแน่นของรูปปั้นในส่วนที่ขุดแล้วประเมินว่า ทั้งหลุมอาจมีรูปทหารและม้ารวมกันราว 6,000 ตัว ภายในมีแนวผนังดินแบ่งพื้นที่เป็นช่องยาว ๆ ทหารยืนเรียงอยู่ระหว่างแนวผนังเหล่านั้น

ปี ค.ศ. 1976 นักโบราณคดีพบหลุมหมายเลข 2 และ 3 ใกล้กัน หลุมหมายเลข 2 มีรูปทหารหลายแบบ ทั้งพลหน้าไม้ ทหารม้า และผู้ประจำรถศึก บางคนยืน บางคนคุกเข่า มือถูกปั้นให้อยู่ในท่าจับอาวุธ แม้ส่วนที่ทำจากไม้จะผุพังไปมากแล้ว แต่ชิ้นส่วนสำริดที่เหลืออยู่ช่วยให้รู้ว่าพวกเขาเคยถืออะไร

หลุมหมายเลข 3 เล็กกว่าสองหลุมแรกมาก รูปทหารกับม้ามีรวมกันเพียงหลักสิบ นักวิชาการบางส่วนเสนอว่าที่นี่แทนกองบัญชาการของกองทัพ ส่วนตัวเลขทหารประมาณ 8,000 ตัวที่มักกล่าวถึงนั้น เป็นยอดประเมินของกองทัพทั้งหมด ยังไม่ได้ขุดพบและนับรูปที่สมบูรณ์ครบตามจำนวนนั้น

IVใบหน้าที่ประกอบขึ้นจากดิน

เมื่อมองใกล้ ๆ ทหารแต่ละตัวมีรายละเอียดให้แยกกันได้ ทั้งทรงผม หนวด เครา รูปหน้า และเสื้อเกราะ บางคนรวบผมไว้บนศีรษะ บางคนสวมหมวก เกราะถูกทำเป็นแผ่นเล็ก ๆ ต่อกันอยู่บนลำตัว ใต้ชายเสื้อมีขาและรองเท้าที่ช่วยพยุงน้ำหนักของรูปปั้นทั้งตัว

นักโบราณคดีศึกษารอยต่อและร่องรอยการทำงานบนรูปปั้น พบว่าช่างสร้างส่วนต่าง ๆ แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมและเผาให้แข็ง ใบหน้าที่ดูแตกต่างกันจึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าทุกตัวปั้นจากทหารที่มีชีวิตจริงคนละคน นักวิจัยยังศึกษาว่าช่างใช้แม่พิมพ์และแต่งด้วยมือร่วมกันอย่างไร

อาวุธที่ขุดได้ก็เป็นวัตถุอีกกลุ่มหนึ่ง มีทั้งดาบ ปลายหอก หัวลูกศร และกลไกไกหน้าไม้ที่ทำจากสำริด ทหารดินเผาจึงเคยยืนถืออาวุธโลหะอยู่ในมือ หลายตัวที่เห็นตั้งตรงในปัจจุบันผ่านการต่อชิ้นส่วนกลับขึ้นมาแล้ว ตอนขุดพบ รูปจำนวนมากแตกและถูกดินทับอยู่เป็นชิ้น ๆ งานของผู้บูรณะต้องเริ่มจากหาว่าชิ้นไหนต่อเข้ากับชิ้นไหน

Vสีที่เคยอยู่บนเสื้อทหาร

ผิวสีน้ำตาลเทาของกองทัพที่เห็นกันทุกวันนี้ไม่ใช่สีทั้งหมดในวันที่ช่างทำเสร็จ นักอนุรักษ์พบร่องรอยสีบนรูปปั้น เสื้อผ้า ผิวหน้า และรายละเอียดต่าง ๆ เคยมีสีสด ทั้งแดง เขียว น้ำเงิน และสีอื่น ๆ ทหารที่เพิ่งทำเสร็จจึงมีหน้าตาต่างจากแถวรูปดินเผาที่คุ้นตาในภาพถ่าย

ช่างทารักลงบนผิวดินเผาก่อนลงสี ชั้นรักและสีบางส่วนอยู่รอดมาใต้ดิน แต่เมื่อขุดขึ้นมา ความชื้นที่เปลี่ยนไปทำให้ชั้นรักแห้ง หดตัว และหลุดออกจากผิว พร้อมพาสีที่อยู่ด้านบนหลุดตามไปด้วย การนำรูปปั้นขึ้นจากดินจึงมีงานรักษาผิวสีควบคู่กัน นักอนุรักษ์ต้องดูแลทั้งเนื้อดินเผาที่แข็งและชั้นสีบาง ๆ ที่เปราะกว่ามาก

VIแม่น้ำที่อยู่ในบันทึก

ห่างจากแถวทหารออกไป เนินดินเหนือห้องฝังพระศพยังตั้งอยู่ นักโบราณคดียังไม่ได้เปิดขุดห้องฝังพระศพส่วนกลาง ภาพภายในที่เล่าต่อกันมาจึงยังอาศัยข้อความของซือหม่าเชียน เขาเขียนว่ามีการใช้ปรอททำเป็นแม่น้ำและทะเล พร้อมกลไกให้ปรอทไหลเวียน เหนือขึ้นไปมีภาพแทนท้องฟ้า เบื้องล่างแทนภูมิประเทศ (ซือหม่าเชียน, สื่อจี้ บทที่ 6)

ในบันทึกเดียวกันยังมีหน้าไม้กลไกที่เตรียมยิงผู้บุกรุก ทั้งแม่น้ำปรอทและอาวุธเหล่านี้เป็นรายละเอียดตามคำเล่าของซือหม่าเชียน ยังไม่มีการเข้าไปสำรวจห้องนั้นเพื่อยืนยันว่าจัดวางไว้เช่นไร หรือสิ่งใดยังคงเหลืออยู่หลังเวลาผ่านไปกว่าสองพันปี (ซือหม่าเชียน, สื่อจี้ บทที่ 6)

VIIจริงแค่ไหน

กองทัพดินเผามีทั้งรูปปั้น อาวุธ และตำแหน่งหลุมเป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ส่วนภายในเนินสุสานยังมีข้อมูลน้อยกว่ามาก งานศึกษาดินบริเวณเนินหลายครั้งพบปรอทสูงกว่าค่าปกติของพื้นที่ในบางจุด ผลเหล่านี้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ว่ามีปรอทฝังอยู่ใต้เนิน

แต่ค่าปรอทในดินหรืออากาศยังบอกไม่ได้ว่าด้านล่างมีแม่น้ำจำลองตามบันทึกจริงหรือไม่ มีขนาดเท่าไร หรือกลไกเคยทำงานอย่างไร รูปทหารที่ต่อกลับมายืนได้แล้วอยู่ในอาคารคลุมหลุมขุดค้น ส่วนห้องฝังพระศพของผู้เป็นเจ้าของกองทัพยังคงอยู่ใต้เนินดินข้างนอกนั้น

ต้นฉบับอ่านเองได้