Iเมื่อความกลัวจุดชนวนสงคราม
หลังร่วมกันขับไล่เปอร์เซีย โลกกรีกก็แตกเป็นสองขั้ว เอเธนส์คุมกองเรือและมั่งคั่งจากเงินบรรณาการ ส่วนสปาร์ตาเป็นผู้นำทัพราบบนแผ่นดิน ทั้งสองต่างหวาดระแวงกันมานานหลายสิบปี (ทิวซิดิดีส 1.18–19)
ทิวซิดิดีสบันทึกว่า ชนวนเหตุแท้จริงไม่ใช่เรื่องวิวาทตามชายแดน แต่คือการเติบโตของอำนาจเอเธนส์ที่ทำให้สปาร์ตาหวาดกลัวจนเลี่ยงสงครามไม่ได้ เมื่อเอเธนส์เข้าแทรกแซงข้อพิพาทของคอรินธ์ ปิดล้อมโพทิเดีย และคว่ำบาตรเมืองเมการา พันธมิตรจึงกดดันให้สปาร์ตาเปิดศึก ในปี 431 ก่อน ค.ศ. กษัตริย์อาร์คิดามุสที่ 2 นำทัพสปาร์ตาบุกแคว้นอัตติกะ สงครามยี่สิบเจ็ดปีจึงเริ่มขึ้น (ทิวซิดิดีส 1.23, 2.10–12)
IIเกาะบนแผ่นดินและกำแพงยาว
เพริคลีส ผู้นำเอเธนส์ รู้ว่าทหารตนไม่อาจสู้ทหารราบสปาร์ตาในการรบประจันหน้าได้ เขาจึงสั่งให้อพยพชาวนาและประชากรทั้งหมดในอัตติกะเข้ามาหลบหลังกำแพงเมือง ปล่อยให้สปาร์ตาเผาทำลายไร่นานอกเมืองโดยห้ามทหารเอเธนส์ออกไปปะทะ (ทิวซิดิดีส 1.143, 2.13–14)
หัวใจของแผนนี้คือ "กำแพงยาว" แนวหินคู่ขนานที่เชื่อมเมืองเอเธนส์เข้ากับท่าเรือพิราอุส ทำให้เอเธนส์ทำตัวเสมือนเกาะบนแผ่นดิน ตราบใดที่กองเรือไตรรีมยังคุมทะเลได้ เอเธนส์จะนำเข้าข้าวสาลีได้ไม่ขาดสาย แต่การรวมผู้คนจำนวนมหาศาลเข้ามาเบียดเสียดในเพิงพักชั่วคราวกลับนำไปสู่หายนะที่ไม่มีใครคาดคิด (ทิวซิดิดีส 2.16–17)
IIIมัจจุราชที่มองไม่เห็น
ในฤดูร้อนปี 430 ก่อน ค.ศ. โรคระบาดแพร่เข้ามาทางท่าเรือพิราอุสและลุกลามเข้าสู่เมืองอย่างรวดเร็ว ทิวซิดิดีสซึ่งติดโรคนี้แต่รอดชีวิต บันทึกว่าผู้ป่วยมีไข้สูง ตาแดง คอหอยมีเลือดซึม ไอ อาเจียน และผิวหนังพุพอง ร่างกายร้อนรุ่มจนทนสวมเสื้อผ้าไม่ได้ หลายคนกระโดดลงบ่อน้ำเพื่อดับความร้อน หากไม่ตายในสิบวันแรก ก็มักเสียชีวิตจากอาการท้องร่วงรุนแรง (ทิวซิดิดีส 2.48–49)
ศพถูกทิ้งเกลื่อนเมืองจนฝังไม่ทัน ระเบียบและกฎหมายพังทลายลง เพราะผู้คนคิดว่าจะตายในวันพรุ่งนี้จึงใช้ชีวิตโดยไม่สนศีลธรรม นักวิชาการประเมินว่าโรคระบาดคร่าชีวิตชาวเอเธนส์ไปราวหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสาม และในปี 429 ก่อน ค.ศ. เพริคลีสก็เสียชีวิต การสูญเสียเขาทำให้การเมืองเอเธนส์ตกไปอยู่ในมือนักพูดสายรุนแรง (ทิวซิดิดีส 2.52–53, 2.65)
IVการพักรบที่เปราะบาง
คลีออน ผู้นำสายเหยี่ยว ผลักดันให้เอเธนส์ทำสงครามดุดันขึ้น ในปี 425 ก่อน ค.ศ. เอเธนส์ยึดแหลมไพโลสและล้อมทหารสปาร์ตาไว้บนเกาะสแฟกทีเรีย จนทหารที่เหลือ 292 คนยอมวางอาวุธ ในจำนวนนี้ราว 120 คนเป็นพลเมืองสปาร์ตาเต็มขั้น สปาร์ตาต้องเสียหน้าอย่างหนัก เอเธนส์จึงใช้เชลยเป็นข้อต่อรองห้ามสปาร์ตาบุกอัตติกะ (ทิวซิดิดีส 4.38–40)
สปาร์ตาส่งแม่ทัพบราซิดัสขึ้นเหนือไปยึดเมืองแอมฟิโพลิส แหล่งไม้และเหมืองเงินของเอเธนส์ ต่อมาในปี 422 ก่อน ค.ศ. ทั้งคลีออนและบราซิดัสปะทะกันและเสียชีวิตในสนามรบทั้งคู่ เมื่อผู้นำสายสงครามตายลง นิซิอัสจึงเจรจาสงบศึกสำเร็จในปี 421 ก่อน ค.ศ. เรียกว่า "สันติภาพแห่งนิซิอัส" แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมคืนดินแดนตามสัญญา สันติภาพนี้จึงเป็นเพียงการพักรบชั่วคราว (ทิวซิดิดีส 5.10–24)
Vหายนะกลางทะเลที่ซิซิลี
ในปี 415 ก่อน ค.ศ. อัลคิไบอะดีส คนหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน ปลุกระดมให้เอเธนส์ส่งกองเรือขนาดยักษ์ไปตีเกาะซิซิลีเพื่อยึดเมืองซีราคิวส์ แม้นิซิอัสจะคัดค้าน แต่ประชาชนกลับลงมติเห็นชอบ ทว่าก่อนเริ่มรบ อัลคิไบอะดีสถูกเรียกตัวกลับไปไต่สวนคดีลบหลู่ศาสนา เขาจึงหนีไปช่วยสปาร์ตาและบอกจุดอ่อนของเอเธนส์จนหมด (ทิวซิดิดีส 6.8–19, 6.61)
สปาร์ตาส่งแม่ทัพไปช่วยซีราคิวส์ จนถึงปี 413 ก่อน ค.ศ. กองทัพเอเธนส์ถูกปิดล้อมทั้งในอ่าวและบนบก เรือรบถูกทำลายจนหมดทางหนี ทหารเอเธนส์พยายามถอยทัพแต่ถูกไล่ต้อนจนมุมที่แม่น้ำแอสซินารัสและถูกสังหารหมู่ นิซิอัสถูกประหาร ส่วนเชลยศึกราวเจ็ดพันคนถูกขังในเหมืองหิน ทนทั้งความร้อน ความหนาว และความอดอยาก หลายคนตายในนั้น กองทัพหลักของเอเธนส์พินาศสิ้น (ทิวซิดิดีส 7.71, 7.84–87)
VIทองคำเปอร์เซียและกับดักที่เอกอสโปทามี
หลังพ่ายแพ้ที่ซิซิลี สปาร์ตาเข้ายึดป้อมเดเคเลียในอัตติกะ ทำให้ชาวเอเธนส์ถูกตัดขาดจากชนบทถาวร ทาสกว่าสองหมื่นคนหนีไปอยู่กับฝ่ายสปาร์ตา ส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือ เอเธนส์ต้องนำเงินสำรองฉุกเฉินหนึ่งพันทาเลนต์ที่เก็บไว้ตั้งแต่ต้นสงครามออกมาใช้ จุดเปลี่ยนสำคัญคือสปาร์ตาหันไปจับมือกับเปอร์เซีย โดยเปอร์เซียมอบเงินทองมหาศาลให้สปาร์ตาสร้างกองเรือรบขึ้นมาท้าทายทางทะเล (ทิวซิดิดีส 7.27–28, 8.15, เซโนฟอน, เฮลเลนิกา 1.5.1–10)
ในปี 405 ก่อน ค.ศ. ไลแซนเดอร์ แม่ทัพสปาร์ตา นำกองเรือไปดักรอที่ช่องแคบเฮลเลสพอนต์ ใกล้แม่น้ำเอกอสโปทามี เส้นทางลำเลียงข้าวของเอเธนส์ ไลแซนเดอร์แกล้งนิ่งเฉยจนทหารเรือเอเธนส์ตายใจขึ้นฝั่งไปหาอาหาร แล้วจึงสั่งจู่โจมสายฟ้าแลบ ยึดเรือรบเอเธนส์ได้เกือบหมดโดยแทบไม่ต้องสู้ เสบียงอาหารของเอเธนส์ถูกตัดขาดทันที (เซโนฟอน, เฮลเลนิกา 2.1.20–28)
VIIวันที่กำแพงพังทลาย
เมื่อไร้เรือรบและไร้เสบียง กองทัพสปาร์ตาก็ปิดล้อมเอเธนส์จนผู้คนอดตาย ในฤดูหนาวปี 404 ก่อน ค.ศ. เธราเมนีสถูกส่งไปเจรจายอมจำนน เมืองคอรินธ์และธีบส์เสนอให้เผาทำลายเอเธนส์และจับคนไปเป็นทาส แต่สปาร์ตาปฏิเสธ เพราะเห็นแก่ความดีที่เอเธนส์เคยช่วยกรีซรบกับเปอร์เซีย (เซโนฟอน, เฮลเลนิกา 2.2.10–20)
เงื่อนไขคือ เอเธนส์ต้องทำลายกำแพงยาวและป้อมรอบท่าเรือพิราอุส ส่งมอบเรือรบเกือบทั้งหมดยกเว้นสิบสองลำ และยอมอยู่ใต้การนำของสปาร์ตา ในฤดูใบไม้ผลิปี 404 ก่อน ค.ศ. กำแพงยาวถูกทุบทำลายท่ามกลางเสียงคนเป่าขลุ่ย แต่หลังสงคราม สปาร์ตากลับตั้งกลุ่มผู้ปกครองสามสิบคนขึ้นคุมเมือง ซึ่งกวาดล้างและสังหารฝ่ายตรงข้ามไปจำนวนมาก จักรวรรดิเอเธนส์ปิดฉากลงอย่างถาวร (เซโนฟอน, เฮลเลนิกา 2.2.20–23, 2.3.21)
VIIIจริงแค่ไหนและทิ้งอะไรไว้
สงครามเพโลพอนนีซัสมีหลักฐานชัดเจนที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกโบราณ ทิวซิดิดีสได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์ ที่อธิบายเหตุการณ์จากพฤติกรรมมนุษย์และการเมือง แทนที่จะอ้างเรื่องเทพเจ้า (ทิวซิดิดีส 1.21–22)
ในทางโบราณคดี ช่วงปี ค.ศ. 1994 ถึง 1995 มีการขุดพบหลุมศพหมู่โบราณใกล้สุสานเครามีคอสในเอเธนส์ พบโครงกระดูกราวร้อยห้าสิบคนถูกฝังอย่างเร่งรีบในยุคโรคระบาด และในปี ค.ศ. 2006 ทีมนักวิจัยรายงานว่าพบดีเอ็นเอของเชื้อไข้ไทฟอยด์ในฟันจากหลุมนี้ แต่ผลนี้ยังถูกโต้แย้ง และนักวิชาการยังไม่ได้ข้อสรุปว่าโรคระบาดครั้งนั้นคือโรคอะไร ยังถกเถียง
สงครามเกือบสามสิบปีทำให้ทุกนครรัฐกรีกบอบช้ำ สปาร์ตาครองอำนาจได้ไม่กี่ทศวรรษก็พ่ายแพ้ต่อเมืองธีบส์ และความอ่อนแอนี้ก็เปิดทางให้กษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาซิโดเนียยกทัพมายึดครองกรีซทั้งหมดในเวลาต่อมา
ต้นฉบับอ่านเองได้
- ทิวซิดิดีส, ประวัติศาสตร์สงครามเพโลพอนนีซัส (The History of the Peloponnesian War) แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Richard Crawley (1874) และ Benjamin Jowett (1881)
- เซโนฟอน, เฮลเลนิกา (Hellenica) บันทึกเหตุการณ์ช่วงปลายสงครามสืบต่อจากทิวซิดิดีส แปลโดย H. G. Dakyns (1890)