Cajamarca · 1532–1572

อินคากับทหารสเปนร้อยกว่าคน

จากการจับจักรพรรดิกลางลานกาฮามาร์กา ถึงการล่มสลายของบิลกาบัมบาอีกสี่สิบปีต่อมา

มีหลักฐานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 8 นาที
ภาพจินตนาการประกอบเรื่อง อินคากับทหารสเปนร้อยกว่าคน
ภาพจินตนาการประกอบ ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: เรื่องนี้อาศัยบันทึกของฟรันซิสโก เด เฮเรซ เลขานุการของปิซาร์โร และเอกสารร่วมสมัยฝ่ายสเปน ประกอบกับงานประวัติศาสตร์ภายหลัง เหตุการณ์หลักมีหลักฐานชัด แต่ผู้บันทึกฝ่ายผู้พิชิตมีส่วนได้เสียกับเรื่องที่เล่า

Iผู้ชนะที่ยังไปไม่ถึงเมืองหลวง

ก่อนทหารสเปนจะมาถึงกาฮามาร์กา อาณาจักรอินคาเพิ่งผ่านสงครามระหว่างพี่น้อง หลังจักรพรรดิวัยนา กาปักสิ้นพระชนม์ อำนาจตกเป็นเรื่องแย่งชิงระหว่างอัวสการ์กับอาตาอวลปา ฝ่ายแรกมีศูนย์กลางอยู่ที่กุสโก ส่วนฝ่ายหลังมีกำลังสำคัญอยู่ทางเหนือ กองทัพของทั้งสองฝ่ายรบกันเพื่อชิงอาณาจักรที่ทอดยาวไปตามเทือกเขาแอนดีส

เมื่อถึงปี ค.ศ. 1532 ฝ่ายอาตาอวลปาชนะ แม่ทัพของเขาจับอัวสการ์ได้แล้ว แต่ผู้ชนะยังไม่ได้เดินทางลงไปประทับที่กุสโก เขาอยู่แถวกาฮามาร์กา ทางเหนือของเปรูในปัจจุบัน พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ ข่าวจากทางชายฝั่งบอกว่ามีคนต่างถิ่นกำลังเดินทางเข้ามา คนเหล่านั้นมีม้า อาวุธเหล็ก และผู้นำชื่อฟรันซิสโก ปิซาร์โร (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 62–65)

IIคนร้อยกว่าคนในเมืองบนภูเขา

กองกำลังสเปนที่มาถึงกาฮามาร์กามีราว 168 คน เป็นทั้งทหารเดินเท้าและทหารม้า พวกเขาข้ามภูเขาขึ้นมาจากชายฝั่ง และเข้าเมืองในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1532 ขณะนั้นอาตาอวลปาพักอยู่นอกเมืองใกล้บ่อน้ำร้อน ปิซาร์โรส่งคนไปพบ และได้รับคำตอบว่าจักรพรรดิจะเข้ามาหาในวันรุ่งขึ้น (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู ตอนเดินทางถึงกาฮามาร์กาและการเข้าเฝ้า)

ชาวสเปนมองเห็นค่ายทหารอินคาอยู่ไกลออกไป จำนวนคนในค่ายมากกว่าพวกเขาหลายเท่า แต่ปิซาร์โรเตรียมใช้พื้นที่กลางเมือง เขาให้ทหารซ่อนอยู่ในอาคารรอบลาน ม้าต้องใส่อานพร้อมออกวิ่ง ส่วนคนที่อยู่กับเขาได้รับหน้าที่เจาะเข้าไปจับอาตาอวลปาเป็น ๆ ทุกกลุ่มรอสัญญาณเริ่มโจมตี (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 50–52)

IIIบ่ายวันที่ 16 พฤศจิกายน

วันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1532 ขบวนของอาตาอวลปาเคลื่อนเข้าสู่กาฮามาร์กา เฮเรซเล่าว่าคนเดินนำช่วยเก็บเศษสิ่งของออกจากทาง ตามมาด้วยกลุ่มคนร้องเพลงและขุนนาง จักรพรรดิประทับบนเสลี่ยงที่ประดับขนนกและแผ่นทองกับเงิน ผู้ติดตามทยอยเข้ามาจนลานเต็มไปด้วยผู้คน ขณะที่ทหารสเปนยังไม่ออกจากที่ซ่อน (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 52–53)

บิเซนเต เด บัลเบร์เด นักบวชที่มากับชาวสเปน เดินเข้าไปพร้อมล่ามและหนังสือศาสนา ตามบันทึกของเฮเรซ อาตาอวลปารับหนังสือไปเปิดดูแล้วโยนทิ้ง การสนทนาผ่านล่ามในช่วงสั้น ๆ นี้ถูกเล่าต่างกันในแต่ละแหล่ง ทั้งถ้อยคำและรายละเอียดของหนังสือ จึงไม่มีทางรู้บทสนทนาทุกคำอย่างแน่นอน (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 54–55; เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 5)

จากนั้นเสียงปืนดังขึ้น ทหารม้าและทหารเดินเท้าออกจากอาคารเข้าจู่โจม ผู้คนในลานหนีเบียดกัน ชาวสเปนเข้าถึงเสลี่ยงและจับอาตาอวลปาได้ ผู้ติดตามจำนวนมากถูกสังหาร ตัวเลขผู้ตายในบันทึกต่าง ๆ ไม่ตรงกัน แต่ผลของการโจมตีชัดเจน เมื่อจบวันนั้นจักรพรรดิอินคาเป็นเชลยอยู่ในที่พักของปิซาร์โร (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 55–57)

IVทองคำสูงถึงเส้นบนผนัง

ระหว่างถูกคุมตัว อาตาอวลปายื่นข้อเสนอให้ชาวสเปน เขาจะรวบรวมทองคำมาใส่ห้องจนถึงระดับเส้นบนผนัง และมอบเงินอีกสองห้องเต็ม ตามคำบอกเล่าที่เฮเรซบันทึกไว้ ห้องสำหรับทองยาวประมาณ 22 ฟุต กว้าง 17 ฟุต สิ่งที่จะนำมาใส่มีทั้งไห ภาชนะ และงานทองรูปแบบต่าง ๆ ไม่ใช่ทองหลอมที่เทอัดลงไปจนไม่มีช่องว่าง (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 65)

คำสั่งถูกส่งออกไปตามเส้นทางของอาณาจักร ให้ขนทองและเงินจากเมืองต่าง ๆ มาที่กาฮามาร์กา แม้ถูกทหารต่างถิ่นเฝ้าอยู่ อาตาอวลปายังรับคนเข้าเฝ้าและส่งคำสั่งออกไปได้ ขุนนางยังเข้ามาพบเขา ส่วนคนของปิซาร์โรต้องรอให้ทรัพย์สินจากแดนไกลทยอยมาถึง (เฮเรซ, บันทึกการพิชิตเปรู หน้า 65–66; เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 5–6)

เวลาผ่านไปหลายเดือน ของจากวังและศาสนสถานถูกนำมารวมกัน ชาวสเปนให้หลอมทองและเงินเพื่อชั่งและแบ่ง มีการกันส่วนของกษัตริย์สเปนออกก่อน แล้วจึงจัดสรรให้ผู้ร่วมการเดินทาง เอกสารรับรองการแบ่งทรัพย์ยังเหลืออยู่ พร้อมบัญชีส่วนแบ่งของผู้รับ แต่หลังแบ่งทองกันแล้ว อาตาอวลปายังไม่ได้ออกจากที่คุมขัง (เปโดร ซันโช, รายงานการแบ่งค่าไถ่อาตาอวลปา; เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 7)

Vเชลยในปีถัดมา

ระหว่างนั้นอัวสการ์ถูกสังหารขณะอยู่ในมือฝ่ายอาตาอวลปา บันทึกสเปนกล่าวว่าอาตาอวลปาเป็นผู้สั่ง ต่อมาความตายของพี่น้องคนนี้กลายเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาที่ใช้ดำเนินคดีกับเขา พร้อมกับข่าวว่าเขากำลังเตรียมกำลังเข้าโจมตีชาวสเปน ข่าวการโจมตีดังกล่าวไม่ได้มีหลักฐานมั่นคง และคนในฝ่ายสเปนเองก็ไม่ได้เห็นตรงกันว่าควรประหารเชลย (เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 5 และ 7)

ในปี ค.ศ. 1533 คนของปิซาร์โรตัดสินประหารอาตาอวลปาที่กาฮามาร์กา ตามบันทึกฝ่ายสเปน เดิมเขาจะถูกเผา แต่เมื่อรับบัพติศมา โทษถูกเปลี่ยนเป็นการรัดคอ เขาถูกประหารทั้งที่ทองและเงินจำนวนมหาศาลได้ถูกส่งมอบและแบ่งกันไปแล้ว (เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 7)

เมื่ออาตาอวลปาตาย ชาวสเปนยังต้องเดินทัพต่อไป พวกเขาเข้ากุสโกในปลายปีเดียวกัน และสนับสนุนมังโก อินคา สมาชิกอีกคนของราชวงศ์ให้ขึ้นปกครอง ความร่วมมือครั้งนั้นอยู่ได้ไม่นาน ในปี ค.ศ. 1536 มังโกนำกำลังลุกขึ้นต่อต้านและล้อมกุสโก เมืองหลวงที่ชาวสเปนเข้าไปยึดจึงกลายเป็นสนามรบอีกครั้ง (เพรสคอตต์, ประวัติศาสตร์การพิชิตเปรู เล่ม 3 บท 8–10)

VIอีกสี่สิบปีในบิลกาบัมบา

หลังการรบเพื่อชิงกุสโก มังโกถอยเข้าไปในเขตภูเขาและป่าทางบิลกาบัมบา ราชวงศ์อินคายังปกครองดินแดนส่วนนี้ต่อมา ผู้สืบตำแหน่งของเขามีทั้งช่วงที่ต่อสู้และเจรจากับผู้ปกครองสเปน กาฮามาร์กาจึงเป็นจุดที่จักรพรรดิถูกจับ แต่ยังไม่ใช่วันสิ้นสุดของรัฐอินคาที่เป็นอิสระ

นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเอกสารการยึดบิลกาบัมบาระบุว่า ในปี ค.ศ. 1572 กองกำลังสเปนเข้ายึดศูนย์อำนาจแห่งนี้ แล้วติดตามจับตูปัก อามารู ผู้ปกครองอินคาคนสุดท้ายของบิลกาบัมบา เขาถูกนำตัวไปกุสโกและถูกประหารในปีนั้น เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบปีนับจากวันที่อาตาอวลปาเข้าไปในลานเมืองพร้อมขบวนเสลี่ยง

VIIจริงแค่ไหน

การจับอาตาอวลปา การรวบรวมค่าไถ่ และการประหารมีเอกสารรองรับหลายฉบับ แต่คำอธิบายว่าฝ่ายอินคาคิดอะไรอยู่มักผ่านปากล่ามและปากกาชาวสเปน เฮเรซเป็นเลขานุการของปิซาร์โร ส่วนรายงานการแบ่งค่าไถ่เป็นเอกสารของคนที่รับทรัพย์นั้นเอง งานของเพรสคอตต์เขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นการเรียบเรียงจากเอกสารเก่า ไม่ใช่คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์

จำนวนราว 168 คนหมายถึงกำลังสเปนที่กาฮามาร์กา ไม่ใช่กำลังทั้งหมดที่ใช้ยึดครองดินแดนอินคาในเวลาต่อมา สงครามหลังจากนั้นมีทหารสเปนที่เข้ามาสมทบ และกองกำลังชนพื้นเมืองซึ่งเลือกเข้าข้างฝ่ายต่าง ๆ บางกลุ่มเป็นศัตรูกับผู้ปกครองอินคาอยู่ก่อนแล้ว การรบจึงดำเนินต่ออีกหลายปี นอกลานเมืองที่อาตาอวลปาถูกจับ

ต้นฉบับอ่านเองได้