Crisis of the Third Century · AD 235–284

ห้าสิบปีแห่งวิกฤต (ค.ศ. 235–284)

เมื่อจักรพรรดิถูกจับและแผ่นดินแยกเป็นสามส่วน ก่อนกองทัพโรมจะรวบรวมกลับคืน

มีหลักฐานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 8 นาที
ภาพจินตนาการประกอบเรื่อง ห้าสิบปีแห่งวิกฤต (ค.ศ. 235–284)
ภาพจินตนาการประกอบ ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: เรื่องนี้อาศัยบันทึกของเฮโรเดียน ยูโทรเปียส และโซซิมัส เทียบกับจารึกของชาปูร์ที่ 1 เหตุการณ์หลักมีหลักฐานรองรับ แต่รายละเอียดบางอย่าง โดยเฉพาะชะตากรรมของผู้แพ้ เล่าไม่ตรงกัน

Iจักรพรรดิจากลานฝึก

ค.ศ. 235 ทหารโรมันที่ประจำอยู่แถบแม่น้ำไรน์กำลังเตรียมรบ แต่จักรพรรดิเซเวรุส อเล็กซานเดอร์พยายามเจรจากับศัตรู เฮโรเดียนเล่าว่าทหารไม่พอใจที่ต้องเสียเวลาอยู่กับการต่อรอง พวกเขาหันไปหานายทหารผู้ฝึกกำลังพลชื่อแม็กซิมินัส ธรักซ์ แล้วประกาศให้เขาเป็นจักรพรรดิ อเล็กซานเดอร์กับมารดาถูกสังหาร ราชวงศ์เดิมจบลงกลางค่ายทหาร (เฮโรเดียน 6.7–9)

แม็กซิมินัสนำทัพข้ามแม่น้ำไปทำสงคราม แต่บัลลังก์ของเขาอยู่ได้เพียงสามปี เมื่อเกิดการต่อต้านขึ้นใน ค.ศ. 238 เขายกทัพเข้าอิตาลีและติดอยู่หน้ากำแพงเมืองอาควิเลีย เมืองไม่ยอมเปิดประตู เสบียงในกองทัพเริ่มขาดแคลน ทหารกลุ่มหนึ่งจึงฆ่าเขากับลูกชาย (เฮโรเดียน 8.2–5)

IIบัลลังก์ที่เปลี่ยนมือไม่หยุด

ความตายของแม็กซิมินัสไม่ได้ทำให้การแย่งอำนาจสิ้นสุด จักรพรรดิที่วุฒิสภาเลือกขึ้นมาสองคนก็ถูกทหารรักษาพระองค์ฆ่าในปีเดียวกัน สุดท้ายกอร์เดียนที่ 3 ซึ่งยังเป็นเด็กหนุ่มได้ครองราชย์เพียงองค์เดียว (เฮโรเดียน 8.8)

สิบปีต่อมา ใน ค.ศ. 248 กรุงโรมจัดงานฉลองอายุเมืองครบหนึ่งพันปีภายใต้จักรพรรดิฟิลิป แต่ฟิลิปเสียอำนาจในปีถัดมา ผู้ขึ้นแทนคือเดซิอุส และใน ค.ศ. 251 เดซิอุสกับพระโอรสก็เสียชีวิตระหว่างสงครามกับชาวกอท สงครามตามชายแดนดำเนินต่อไปพร้อมกับการเปลี่ยนจักรพรรดิ แผ่นดินยังเผชิญโรคระบาดในช่วงเดียวกันด้วย (ยูโทรเปียส 9.3–5; โซซิมัส 1.23)

เมื่อถึง ค.ศ. 253 วาเลเรียนกับกัลลิเอนัส พระโอรส ขึ้นเป็นจักรพรรดิร่วมกัน วาเลเรียนไปดูแลสงครามทางตะวันออก ส่วนกัลลิเอนัสรับมือกับแนวรบทางตะวันตก ทั้งสองต้องเผชิญการรุกรานจากภายนอกและนายทหารที่ตั้งตัวเป็นจักรพรรดิอยู่ภายในอาณาจักรเดียวกัน (โซซิมัส 1.30)

IIIจักรพรรดิที่ไม่ได้กลับโรม

ทางตะวันออก คู่สงครามของโรมคือเปอร์เซียภายใต้ราชวงศ์ซาซานิยะ กษัตริย์ชาปูร์ที่ 1 นำทัพเข้าต่อสู้กับโรมหลายครั้ง ใน ค.ศ. 260 วาเลเรียนเผชิญหน้ากับกองทัพของพระองค์ใกล้เมืองเอเดสซา แล้วตกเป็นเชลย (จารึกชาปูร์ที่ 1 ที่คาบาเยซาร์โทชต์ ตอนสงครามครั้งที่สาม; ยูโทรเปียส 9.7)

ชาปูร์ให้จารึกชัยชนะครั้งนี้ไว้ โดยระบุว่าจับวาเลเรียนได้ พร้อมกับผู้บัญชาการและข้าราชการที่ติดตามมา ฝ่ายโรมันก็ยอมรับว่าจักรพรรดิถูกจับ แม้จะอธิบายเหตุการณ์ต่างกัน โซซิมัสเล่าว่าเกิดขึ้นระหว่างการเจรจา ส่วนจารึกของชาปูร์วางเรื่องไว้หลังการรบใหญ่ สิ่งที่แน่นอนคือวาเลเรียนไม่ได้กลับมาปกครองโรมอีก (จารึกชาปูร์ที่ 1 ตอนสงครามครั้งที่สาม; โซซิมัส 1.36)

กัลลิเอนัสยังครองอำนาจอยู่ แต่ไม่อาจเดินทางไปจัดการทุกแนวรบด้วยตัวเองได้ ในปีเดียวกับที่พระบิดาถูกจับ ทางตะวันตกก็มีจักรพรรดิอีกองค์ปรากฏขึ้น (ยูโทรเปียส 9.8–9)

IVโรมอีกแห่งในกอล

โพสทูมัสตั้งตัวเป็นจักรพรรดิในกอลเมื่อ ค.ศ. 260 อาณาเขตที่ยอมรับเขาครอบคลุมกอล บริเตน และในระยะแรกยังรวมถึงฮิสปาเนียด้วย ดินแดนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่าอาณาจักรกอล แต่ผู้ปกครองยังใช้ตำแหน่งและรูปแบบอำนาจของโรม (ยูโทรเปียส 9.9–10)

กัลลิเอนัสพยายามปราบเขาแต่ไม่สำเร็จ ยูโทรเปียสให้เครดิตโพสทูมัสว่าช่วยฟื้นกำลังของมณฑลทางตะวันตก ทว่าต่อมาโพสทูมัสก็ถูกทหารฆ่าเช่นกัน ผู้ปกครองหลายคนผลัดกันรับช่วงอำนาจ จนถึงเททริคัส อาณาจักรส่วนนี้ยังแยกอยู่จากรัฐบาลของจักรพรรดิที่ควบคุมอิตาลี (ยูโทรเปียส 9.9–10)

Vราชินีแห่งพัลไมรา

อีกฟากหนึ่งของจักรวรรดิ เมืองพัลไมราในซีเรียมีกำลังทหารของตัวเอง ผู้นำชื่อโอไดนาทัสต่อสู้กับเปอร์เซียหลังวาเลเรียนถูกจับ และช่วยรักษาอำนาจของโรมในตะวันออก เมื่อเขาถูกสังหารราว ค.ศ. 267 เซโนเบียผู้เป็นภรรยาก็เข้ามามีอำนาจ โดยมีวาบัลลาทัส พระโอรส เป็นผู้สืบตำแหน่ง (ยูโทรเปียส 9.10; โซซิมัส 1.39, 1.44)

ภายใต้เซโนเบีย กองทัพพัลไมราขยายอำนาจออกจากซีเรีย เข้ายึดอียิปต์ราว ค.ศ. 270 และรุกเข้าไปในเอเชียไมเนอร์ ขณะที่กอลยังมีจักรพรรดิของตัวเอง โรมในช่วงนี้มีศูนย์อำนาจใหญ่ถึงสามแห่ง (โซซิมัส 1.44, 1.50)

เซโนเบียไม่ได้เริ่มด้วยการประกาศตัดขาดจากโรมทันที เหรียญที่หลงเหลืออยู่แสดงชื่อวาบัลลาทัสร่วมกับจักรพรรดิออเรเลียน ก่อนที่เหรียญรุ่นหลังจะยกวาบัลลาทัสและเซโนเบียขึ้นใช้ตำแหน่งจักรพรรดิและจักรพรรดินี นักวิชาการใช้เหรียญเหล่านี้ติดตามช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างพัลไมรากับรัฐบาลโรมเปลี่ยนไป

VIออเรเลียนเดินทัพ

ออเรเลียนขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 270 เมื่อจัดการศัตรูที่คุกคามอิตาลีแล้ว เขามุ่งหน้าไปตะวันออก ใน ค.ศ. 272 กองทัพของเขาเอาชนะฝ่ายพัลไมราใกล้เมืองแอนติออก แล้วตามไปชนะอีกครั้งที่เอเมซา เซโนเบียถอยกลับพัลไมรา กองทัพโรมันตามไปล้อมเมืองกลางทะเลทราย (โซซิมัส 1.49–54)

โซซิมัสเล่าว่าเซโนเบียพยายามหนีไปขอความช่วยเหลือจากเปอร์เซีย แต่ถูกจับใกล้แม่น้ำยูเฟรทีส พัลไมรายอมจำนน ต่อมาใน ค.ศ. 273 เมืองลุกฮือขึ้นอีก ออเรเลียนกลับมาปราบและทำลายเมืองอย่างหนัก อำนาจที่เซโนเบียเคยแผ่ออกไปในตะวันออกสิ้นสุดลง (โซซิมัส 1.55–56, 1.60–61)

เหลือทางตะวันตก ใน ค.ศ. 274 ออเรเลียนเอาชนะเททริคัสในกอล ดินแดนที่แยกตัวอยู่กลับมาอยู่ใต้จักรพรรดิองค์เดียวกันอีกครั้ง เททริคัสรอดชีวิตและได้ดำรงตำแหน่งในอิตาลี ยูโทรเปียสเล่าว่าออเรเลียนจัดขบวนฉลองชัยที่กรุงโรมในฐานะผู้รวบรวมตะวันออกและตะวันตกกลับคืนมา (ยูโทรเปียส 9.13)

VIIชื่อใหม่ใน ค.ศ. 284

ออเรเลียนอยู่ไม่ทันเห็นความสงบยาวนาน ใน ค.ศ. 275 เขาถูกคนในกองทัพสังหารระหว่างเตรียมทำศึกทางตะวันออก หลังจากนั้นบัลลังก์ยังเปลี่ยนมืออีกหลายครั้ง โพรบัสซึ่งขึ้นครองราชย์ต่อมาก็ถูกทหารฆ่าใน ค.ศ. 282 ส่วนคารัสผู้รับช่วงอำนาจเสียชีวิตระหว่างยกทัพไปเปอร์เซีย (ยูโทรเปียส 9.15–18)

เมื่อพระโอรสของคารัสชื่อนูเมเรียนเสียชีวิตระหว่างการเดินทางกลับจากตะวันออก กองทัพยกนายทหารชื่อไดโอคลีเชียนขึ้นเป็นจักรพรรดิใน ค.ศ. 284 เขายังมีคู่แข่งคือคารินัส พระโอรสอีกองค์ของคารัส ที่ครองอำนาจอยู่ทางตะวันตก ปีที่มักใช้ปิดช่วงห้าสิบปีแห่งวิกฤตจึงไม่ได้จบลงด้วยการวางอาวุธ ทุกอย่างยังต้องรอผลของสงครามแย่งบัลลังก์อีกครั้ง (ยูโทรเปียส 9.18–20)

VIIIจริงแค่ไหน

เฮโรเดียนมีชีวิตร่วมสมัยกับเหตุการณ์ช่วงต้น ส่วนยูโทรเปียสเขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 4 และโซซิมัสเขียนภายหลังอีก ทั้งสองมีมุมมองต่อจักรพรรดิแต่ละองค์ต่างกัน เรื่องของวาเลเรียนมีจารึกจากฝ่ายเปอร์เซียยืนยันการจับกุม แต่รายละเอียดชีวิตเชลยของเขายังไม่ชัดเจน

ชะตากรรมของเซโนเบียก็มีเรื่องเล่าต่างกัน ยูโทรเปียสบอกว่าเธออยู่ในขบวนฉลองชัยที่โรมและมีลูกหลานอยู่ที่นั่น ส่วนโซซิมัสเล่าว่าเธอเสียชีวิตระหว่างทาง ยังถกเถียง หลักฐานพาเราตามเธอได้แน่ชัดถึงความพ่ายแพ้และการถูกจับ แต่ตอนจบของชีวิตราชินีพัลไมรายังไม่ลงรอยกันในบันทึกที่เหลืออยู่ (ยูโทรเปียส 9.13; โซซิมัส 1.59)

ต้นฉบับอ่านเองได้